วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552

การใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศ (Use credit card in foreign countries)

ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ ควรจดหมายเลขบัตรเครดิตแยกไว้ต่างหาก พร้อมกับจดหมายเลขโทรศัพท์ของศุนย์ให้บริการบัตรเครดิตนั้นๆเอาไว้ด้วย เผื่อฉุกเฉินในกรณีที่ทำบัตรหาย จะได้โทรแจ้งอายัดได้ และถ้าเป็นไปได้ ควรใช้บัตรเครดิตของธนาคารที่มีสาขาทั่วโลกหรือมีสาขาในประเทศที่เราไปด้วย จะได้ไม่ต้องเสียตังค์โทรข้ามประเทศเพื่อทำการอายัดบัตร

ในบางธนาคาร จะมีระบบป้องกันการใช้บัตรในต่างประเทศเอาไว้ คือล็อคไม่ให้สามารถรูดบัตรในต่างประเทศได้ บางแห่งเมื่อตรวจสอบพบว่ามีการรูดในต่างประเทศ 1 ครั้งจะอายัดทันที หรือบางแห่งก็จะล็อคไม่ให้ใช้โดยเด็ดขาด เพราะธนาคารไม่แน่ใจว่าคนที่รูดนั้นใช่เจ้าของบัตรหรือเปล่า ดังนั้น ก่อนเดินทางจึงควรโทรไปแจ้งให้ทางธนาคารทราบก่อน จะได้ไม่หน้าแตกเพราะรูดไม่ผ่าน

การรูดจ่ายค่าโรงแรมบางแห่ง ทางโรงแรมจะขอดู passport ของเราด้วย เราควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าบัตรเครดิตตรงกับใน passport หรือไม่ เพราะหากไม่ตรงกันทางโรงแรมจะไม่รับบัตรนั้น

อัตราแลกเปลี่ยนในการรูดบัตรเครดิตที่ธนาคารคิดให้เราจะแพงกว่าอัตราที่เราเห็นเป็น selling rate อยู่ประมาณ 2-3% และจะไม่ใช่ rate ของวันที่ซื้อสินค้าแต่เป็น rate ของวันที่ธนาคารจ่ายเงินให้กับร้านค้า (posting date) ซึ่งถัดจากวันที่ทำรายการไปประมาณ 2-3 วัน โดยกรณีที่เป็นบัตรในกลุ่มของ Visa/MasterCard จะใช้ rate ที่กำหนดโดย Visa/MasterCard จึงมีการบวก FX Markup ตามแต่จะกำหนด (Markup คือค่าประกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากวันที่ทำรายการกับวันที่ธนาคารจ่ายเงินให้กับร้านค้าห่างกัน 2-3 วัน ดังนั้น ถ้าเกิดเงินบาทอ่อนตัวลงในระหว่างนี้ ธนาคารก็จะต้องจ่าย rate มากกว่าที่ควรเป็น) อาจจะมองว่าเสียแพงจัง แต่.... อย่าลืมนะคะว่า เวลาที่เราแลกเงินสดก็เสียค่าส่วนต่างของอัตรแลกเปลี่ยนตรงนี้เช่นกัน และเงินสดยังเสี่ยงต่อการหายอีกด้วย

หลีกเลี่ยงการใช้บัตรเครดิตในประเทศที่มีการปลอมแปลงบัตรเครดิตสูง ได้แก่ มาเลเซีย แต่ถ้าบัตรแระเภทชิพการ์ดก็จะปลอดภัยกว่าค่ะ

1 ความคิดเห็น:

ผู้ติดตาม