วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2552

การรอคอย กับ ความว่างเปล่า

การรอคอย กับ ความว่างเปล่า


บนยอดสูงสุดของภูเขาลูกนั้นจะมีทิวทัศน์เป็นแบบไหนกันนะ?


มันต้องสวยงามมากแน่ๆเลยล่ะ คงจะได้เห็นพระจันทร์ดวงโตๆ เห็นดวงดาวอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ

ว่ากันว่ามีชายคนนึงยืนอยู่บนยอดอันสูงเสียดฟ้าของภูเขาลูกนี้ เค้าเป็นคนแบบไหนกันนะ ถึงได้หลงไหลในดวงดาวจนต้องไปยืนเฝ้ามองทุกวันฉันจะขึ้นไปหาเค้า!!!

ฉันตัดสินใจปีนขึ้นไปบนภูเขา หวังเพียงเพื่อจะได้พบกับเค้าคนนั้น และขอที่ว่างๆบนยอดเขาให้ฉันได้ยืนชมวิวอยู่เคียงข้าง

แต่ดูท่ามันจะไม่ง่ายเลย มีแต่หน้าผาเต็มไปหมด แต่ฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอก!!!

"ว้าว..... มาถึงจนได้ เหนื่อยชะมัดเลย บาดแผลก็เต็มตัว หิวก็หิว ร้อนก็ร้อน"แต่ไม่เป็นไร ฉันพบเค้าคนนั้นแล้วล่ะ อยู่ข้างหน้านี่เอง เดินไปอีก 50 เมตรก็ได้คุยกันแล้ว จะรออะไรอีกล่ะ!!!

"สวัสดี เธอชื่อะไรเหรอ ฉันขอยืนชมวิวด้วยคนได้มั้ย" ฉันถาม

"ตามใจ"

นั่นเป็นเพียงคำพูดเดียวที่เค้ามีให้แก่ฉัน

เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ เค้าก็ยังคงยืนแหงนหน้ามองดวงดาวอยู่อย่างนั้น โดยที่ไม่เคยหันมามองหรือพูดคุยกับฉันเลย ถึงแม้ฉันจะชวนเค้าคุยอยู่แทบจะตลอดเวลา แต่ฉันก็ได้แต่พูดคนเดียวเหมือนคนบ้า

"นี่... ไม่เมื่อยคอเหรอ ให้ฉันนวดให้มั้ย?"

"ตามใจ..."

เวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ เค้าก็ยังเหมือนเดิม แต่ฉันก็ยังคุยกับเค้าต่อไป แม้เค้าจะไม่คุยตอบ

"นี่.... หิวน้ำมั้ย ฉันจะหาน้ำมาให้ดื่ม"

"ก็ตามใจสิ.."

เวลาผ่านไป 3 สัปดาห์ เค้าก็ยังเหมือนเดิม

"นี่... ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ ทำไมไม่หันหน้ามามองกันบ้างเลย มองแต่ดวงดาวอยู่ได้ ทั้งที่รู้อยู่ว่าดาวไม่มีวันตกลงมาอยู่ในมือเธอ"

"เธอเป็นอะไรรึเปล่า"

"เปล่า"

เวลาผ่านไป 1 เดือน ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ฉันจึงเดินถอยออกมาจากเค้า 50 เมตร ที่เดิมที่ฉันเริ่มมองเห็นเค้าเมื่อมาถึงยอดสูงสุด โดยที่ฉันไม่ทักทายเค้าเหมือนเคยแล้ว เพราะเกรงว่าจะรำคาญ

ฉันจะขอยืนมองเค้าอยู่ตรงนี้โดยไม่ห่างและไม่เข้าใกล้

ฉันเพิ่งจะรู้นะว่า ฉัน...ก็ได้แต่เป็นฝ่ายวิ่งตามเค้าอยู่ตลอดเวลา

ถึงจะเจ็บปวด ถึงจะเคียดแค้นและชิงชังกับสภาพแบบนี้ก็ตามที แต่ฉันก็จะยังคงยืนอยู่ต่อไป

ทำไมกันนะ

ทั้งที่ฉันอุตส่าห์พยายามฝ่าฟันอุปสรรคมาถึงที่นี่ได้แล้ว ได้เห็นทิวทัศน์บนจุดสูงสุดที่อยากจะเห็น แต่แล้วฉันก็ค้นพบว่าสิ่งที่ฉันพยายามมาทั้งหมดก็เพื่อสิ่งนี้ ซึ่งมันก็คือ ความว่างเปล่า นั่นเอง



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ผมยืนอยู่ตรงนี้มานานแล้ว ก็อยู่คนเดียวลำพังและคิดว่าคงจะยืนอยู่ลำพังอย่างนี้ตลอดไป เพราะผมไม่คิดว่าใครจะบ้าเหมือนผม บ้าที่พยายามจะปีนป่ายขึ้นมาให้ถึงยอดของภูเขาหฤโหดลูกนี้

แต่อยู่มาวันนึง ผมก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนนึงร้องเรียกผม ผมก็แปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หันหน้าไปมองเธอ เพราะคิดว่าเธอคงเสียสติแน่ๆที่ปีนขึ้นมาถึงบนนี้ และจะมาเบียดเบียนที่ยืนของผมด้วย ผมไม่ชอบเธอ

1 สัปดาห์ผ่านไป เธอมานวดต้นคอให้ผม มันทำให้ผมรู้สึกสบายขึ้นเยอะ แต่ก็ไมได้ใส่ใจอะไร เพราะผมไม่ชอบเธอ

ผมยังคงแหงนหน้ามองดวงดาวอันสวยงามอย่างตั้งใจ ผมก็แค่หวังว่าวันนึง ดาวดวงนั้นจะเห็นความพยายามและทุ่มเทของผม แล้วลดตัวลงมาคุยกับผมได้บ้าง

2 สัปดาห์ผ่านไป ผู้หญิงคนนั้นหาน้ำมาให้ผมดื่ม ผมก็ดีใจนะอยากจะขอบคุณเธอ แต่ก็ไม่ได้หันไปคุยกับเธอเลย เพราะเกรงว่าถ้าผมหันไปผมก็จะคลาดสายตาจากดวงดาวอันเป็นที่รัก ผมจึงปล่อยเธอไว้อย่างนั้น

เธออยากทำอะไรผมก็ไม่เคยว่า เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ผม ผมไม่ได้เป็นอะไรกับเธอ

จนกระทั่ง 3 สัปดาห์ผ่านไป เธอพูดกับผบว่า

"นี่... ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ ทำไมไม่หันหน้ามามองกันบ้างเลย มองแต่ดวงดาวอยู่ได้ ทั้งที่รู้อยู่ว่าดาวไม่มีวันตกลงมาอยู่ในมือเธอ"

ช่างเป็นคำพูดที่ทิ่มแทงหัวใจผมจริงๆ ผมก็รู้ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ ถึงผมจะไม่ค่อยชอบเธอแต่ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เธอพูดน่ะถูกแล้ว ผมไม่มีทางคว้าดวงดาวมาไว้ในอ้อมกอดได้เลย แต่ผมก็ยังอยากที่จะมองดวงดาวต่อไปเรื่อยๆ

แม้จะเจ็บปวดกับการแหงนหน้า ทรมานกับความเย็นชา แต่ผมก็เลือกที่จะอยู่แบบนี้

1 เดือนผ่านไป ผมไม่ได้ยินเสียงเธออีกแล้ว เธอหายตัวไปแล้วหรือ?

หรือว่าลงเขากลับบ้านไปแล้ว ผมไม่อยากละสายตาจากดวงดาวไป จึงไม่ได้หันไปมองหรือตามหาเธอ

เวลาล่วงเลยไปอีก 2 สัปดาห์ ผมเริ่มรู้สึกว่าบางอย่างขาดหายไป ผมเคยได้ยินเสียงเธอทุกวัน แต่บัดนี้มันไม่มีอีกแล้ว เธอหายไปไหน?

แปลกจริง... ทั้งที่ผมรำคาญเธอ ทั้งๆที่ผมไม่ชอบเธอแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับไม่อยากให้หายไป

ผมตัดสินใจหันไปมองด้านหลัง ผมก็พบว่าเธอยืนมองผมอยู่อย่างไม่ละสายตาห่างจากจุดที่ผมยืนอยู่ 50 เมตร

"เธอยังไม่ไปจริงๆด้วย!!!" ผมอุทาน

ผมดีใจทำไมเนี่ย...

"เธอยืนอยู่ตรงนั้นตลอดเลยเหรอ"
"ใช่"
"ทำไม"
"ฉันเชื่อมั่นว่าถ้ายืนรอคุณอยู่ตรงนี้ ซักวันคุณก็จะหันหลังกลับแล้วเดินตรงมาหาฉัน เราจะลงจากเขาลูกนี้ไปด้วยกัน"
"ผมไม่มีค่าพอให้เชื่อมั่นหรอก ทำไมต้องรอผมด้วย ทำไมคุณถึงเชื่อมั่นในตัวผม มันเป็นไปไม่ได้หรอก"

"ทำไมน่ะเหรอ ก็เหมือนกับที่คุณเชื่อมั่นในดวงดาวยังไงล่ะ"

คำพูดนี้ทำให้ผมถึงกับชา ผมอึ้งไปชั่วครู่และบอกกับเธอว่า

"อยากรอก็รอไปเถอะ ผมไม่ว่าหรอก"

แล้วผมก็หันกลับมาแหงนหน้ามองดวงดาวเช่นเดิม ผมไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นยังไงบ้างในตอนนี้ ผมรู้แต่ว่าผมจะยังมั่นคงที่จะรอดวงดาวตลอดไป แม้จะรู้ว่าสิ่งที่ผมพยายามไขว่คว้านั้น มันก็คือ ความว่างเปล่า นั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ติดตาม